เมนูเสี่ยง แมวเหมียวต้องเลี่ยง ห้ามกินเด็ดขาด

เขียนเมื่อ 15 มิ.ย. 2560   |   โดย ศรุดาภา   |   มีคนอ่านแล้ว 39997 คน

เมนูเสี่ยง แมวเหมียวต้องเลี่ยง

ห้ามกินเด็ดขาด



สำหรับคนเลี้ยงแมวแล้วการสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดมาให้แมวกินนั้นถือเป็นเรื่องปกติสำหรับคนรักแมวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาหารหลักหรือขนมกินเล่น และหลายคนมักคิดว่าแมวเป็นสัตว์กินง่ายอยู่ง่ายให้อะไรก็กินได้ ซึ่งบางทีอาจให้เค้ากินอะไรไปโดยที่ผู้เลี้ยงเองก็คาดไม่ถึงว่าสิ่งที่เราให้น้องแมวกินนั้นจะเป็นอันตรายกับแมวได้ วันนี้เทลลี่บัดดี้รวบรวมอาหารต้องห้ามที่น้องแมวไม่ควรกินเด็ดขาดมาฝากค่ะ 







1.ยาพาราเซตามอล  เป็นยาสามัญประจำบ้านที่มีสรรพคุณแก้ปวดและลดไข้ ที่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป และมักจะมีติดบ้านไว้เสมอ ซึ่งจากความง่ายและสะดวกนี่เอง ที่ทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงหลายคน พลิกแพลงนำเอายานี้มาใช้รักษาอาการป่วยไข้สัตว์เลี้ยงของตนเอง เพราะเข้าใจว่าจะได้ผลดีเช่นเดียวกัน หากแมวกินยาพาราเซตามอลเข้าไปจะทำให้เกิดความผิดปกติในระบบเลือด ทำให้เลือดลำเลียงออกซิเจนไม่ได้ หลังรับยาเข้าไปใหม่ ๆ จะยังไม่แสดงอาการใดๆออกมา แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพักแมวจะเริ่มมีอาการหอบ หน้าบวม ถึงแม้จะได้รับยาไปในปริมาณที่ไม่มากก็ตาม หากส่งไปให้สัตว์แพทย์ทันทียังสามารถช่วยได้ แต่หากรับในปริมาณมาก ๆ แล้วนั้นแมวจะตายได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง ทางที่ดีที่สุดเมื่อพบว่าแมวป่วยควรพาไปโรงพยาบาลสัตว์เพื่อวินิจฉัยอาการและรับยาจากสัตวแพทย์โดยตรงจะดีกว่าหาทางรักษาเองค่ะ





2.นมและผลิตภัณฑ์จากนมวัว โดยปกติแล้วสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดจะมีอาการแพ้น้ำตาลแลคโตสอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นคนหรือแมว และแมวส่วนใหญ่โดยเฉพาะลูกแมวนั้นยังไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมวัวได้ดีพอ อีกทั้งนมวัวจะมีปริมาณไขมันและโปรตีนต่างจากนมแมวทำให้ปวดท้องหรือท้องเสียได้ หากจำเป็น ควรใช้นมสำหรับแมวที่ไม่มีแลคโตสหรือนมแพะจะดีกว่า เนื่องจากนมแพะมีน้ำตาลแลคโตสน้อยกว่าในนมวัวนั่นเอง หากสังเกตเห็นว่าแมวมีอาการท้องเสียหรือท้องอืดบ่อยๆนั่นแสดงให้เห็นว่าลำไส้ของแมวมีปัญหา ควรหยุดให้กินนมวัวทันทีก่อนที่จะเป็นอันตรายกว่านั้น





3.องุ่นและลูกเกด เป็นอันตรายต่อตับของแมวและสามารถทำให้ไตวายได้ หากแมวกินองุ่นหรือลูกเกดเข้าไปแล้วจะมีอาการคลื่นเหียน อาเจียน ถึงแม้จะกินในปริมาณน้อยก็สามารถทำให้แมวป่วย อาเจียนหนักและขาดน้ำได้





4.ช็อกโกแลต เป็นของหวานที่ผู้เลี้ยงหลายคนชอบกินและอาจมีความคิดอยากแบ่งให้น้องแมวกินด้วยกัน จริงแล้วนั่นเหมือนกับว่าผู้เลี้ยงกำลังยื่นอันตรายให้น้องแมวโดยไม่ตั้งใจนะคะ ช็อคโกแลตมีส่วนประกอบของ methylxanthines caffeine และ theobromine ซึ่งตัว theobromine มีผลในการขับปัสสาวะ ทำให้สัตว์สูญเสียของเหลวในร่างกาย รวมทั้งกระตุ้นการทำงานของหัวใจ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ใจสั่น ลมชัก รวมทั้งยังมีผลต่อการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง จึงเป็นอันตรายต่อน้องเหมียวได้ 






5.แอลกอฮอล์ สัตว์เลี้ยงมีร่างกายที่เล็กกว่าคนเรา และระบบภายในร่างกายของสัตว์พวกนี้ก็ไม่ได้มีไว้เพื่อที่จะรับแอลกอฮอล์ในจำนวนมาก แอลกอฮอล์จะเข้าไปทำลายระบบการทำงานของตับและสมองของแมว โดยเพียงแค่วิสกี้ 2 ช้อนโต๊ะก็สามารถทำให้แมวน้ำหนักเกิน 2 กิโลกรัมเข้าขั้นโคม่าได้ง่าย ๆ แล้ว เพราะฉะนั้นอย่าให้แมวกินของพวกนี้เด็ดขาด แม้กระทั่งอาหารที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์ก็ไม่ควรนะคะ






6.กระดูกและก้างปลา โดยเฉพาะกับแมวที่ไม่เคยกินของพวกนี้แล้วจะทำให้ติดคอได้ง่ายจนทำให้เกิดการอาเจียนและอาจมีเลือดปนออกมาด้วย หากไม่สามารถขับถ่ายกระดูกหรือก้างปลาออกมาได้อาจถึงขั้นต้องผ่าตัด ในกรณีที่ผู้เลี้ยงไม่ทราบอาการของแมวอย่างแน่ชัดและปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้แมวตายได้







7.ไข่ดิบ ไม่ควรกินไข่ขาวดิบเนื่องจากอาจมีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียทำให้แมวมีอาการท้องเสียและอาเจียนได้ และเอนไซม์ที่พบในไข่ขาวดิบ ชื่อ avidin ซึ่งจะรบกวนการดูดซึมของไบโอติน หรือรบกวนการดูดซึมวิตามินบีของร่างกาย ทำให้แมวมีปัญหาผิวหนังและขนหยาบไม่สวยงาม 









8.แป้งยีสต์ คือส่วนผสมที่อยู่ในขนมปังหากแมวกินเข้าไปแล้วจะมีอาการท้องอืดเนื่องจากแป้งยีสต์จะไปฟูภายในท้อง และเมื่อยีสต์ที่หมักหมมนานๆมันจะผลิตสารแอลกอฮอล์ขึ้นด้วยและนั่นหมายความว่าแมวจะได้รับอันตรายจากแอลกอฮอล์ไปด้วยนั่นเอง อาการที่ตามมาก็เหมือนการกินแอลกอฮฮล์เข้าไป






9.ตับ หากกินในปริมาณน้อยๆอาจไม่มีอาการอะไรรุนแรง แต่หากกินตับในปริมาณที่มาก หรือให้กินเป็นเวลาที่ติดต่อกันนั้นจะทำให้แมวเกิดอาการกระดูกเปราะได้เนื่องจากตับเป็นพิษต่อการดูดซึมวิตามินเอในร่างกายของแมว อาจก่อให้เกิดความผิดปกติต่อการเติบโตของกระดูกในระยะยาวได้ ทางที่ดีคือเลี่ยงไม่ให้แมวกินตับจะดีต่อสุขภาพแมวที่สุดค่ะ








10.ผักบางชนิด เช่นหัวหอมเมื่อกินมากๆหรือกินบ่อยๆผักเหล่านี้จะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงในตัวแมว ส่งผลให้แมวมีสภาพร่างกายที่อ่อนแอไม่มีแรง อาจถึงขั้นเป็นโลหิตจางได้  กระเทียมมีผลต่อระบบการทำงานของกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ยังมีพวกมะเขือเทศกับมันฝรั่งที่ห้ามแมวกินเด็ดขาด เพราะมีสารพิษตัวหนึ่งที่เรียกว่า  Glycoalkaloid Solanine  ซึ่งเป็นอันตรายต่อแมวมากอาจถึงขั้นทำให้แมวตายได้ 




      อาหารที่เหมาะกับแมวมากที่สุดคืออาหารเม็ดสำหรับแมวซึ่งจะมีสารอาหารครบถ้วนกว่าการปรุงอาหารให้แมวกินเอง และยังสะดวกต่อผู้เลี้ยงด้วย ปัจจุบันมีอาหารสำหรับแมวให้เลือกหลากหลายสูตรเพื่อบำรุงทั้งขน และร่างกายของแมว ขึ้นอยู่กับผู้เลี้ยงเองว่าจะเลือกสูตรไหนให้กับแมวที่ตนเองรักค่ะ









ข้อมูลบางส่วนมาจาก


www.kaijaew.com

www.catlikelove.com

www.cattrips.com