เตรียมรับมือกับโรคร้ายในหมาแก่

เขียนเมื่อ 27 มิ.ย. 2560   |   โดย ศรุดาภา   |   มีคนอ่านแล้ว 6785 คน

เตรียมรับมือกับโรคร้ายในหมาแก่



เหล่าคนรักหมาต่างก็รู้ข้อมูลพื้นฐานเรื่องอายุหมากันดีว่า อายุของหมานั้นเร็วกว่าอายุของมนุษย์ 7 เท่า แต่ความจริงแล้วอายุของหมาจะแตกต่างกันออกไปตามขนาดของตัวมันด้วย หมาพันธุ์ใหญ่อย่างเกรทเดนอาจมีอายุขัยต่ำกว่า 10 ปี ในขณะที่ชิวาว่าตัวจ้อยอาจอยู่ได้นานถึง 18 ปี การระบุช่วงอายุของหมาที่ละเอียดกว่านี้คือ หมาตัวหนึ่งจะนับว่าเข้าสู่วัยชราเมื่อมันมีอายุอยู่ใน 25 %สุดท้ายของอายุขัยที่ประเมินเอาไว้ และนี่คืออาการป่วยและโรคต่างๆ ที่มักพบในหมาที่มีอายุมาก



1.โรคข้อเสื่อม หรือที่เรียกว่า โรคข้อกระดูกอักเสบ (Osteoarthritis) เกิดจากการเสื่อมของเซลล์เนื้อเยื่อบริเวณข้อกระดูก เมื่อข้อกระดูกเกิดการเสื่อมขึ้น กระดูกอ่อนและเนื้อเยื่อโดยรอบข้อกระดูกจะเกิดการหนาตัวทำให้ช่องว่างระหว่างข้อกระดูกแคบลง โอกาสที่กระดูกจะเกิดเสียดสีกันเวลาเคลื่อนไหวก็มากตามไปด้วย ประกอบกับน้ำไขข้อ ซึ่งเปรียบเสมือนสารหล่อลื่นตามธรรมชาติของข้อต่อ เกิดการผลิตออกมาลดลง หรือมีคุณภาพแย่ลง ทำให้เมื่อเกิดการเสียดสีกัน ก็ยิ่งสร้างความเสียหายให้กับกระดูกอ่อนผิวข้อและเนื้อเยื่อกระดูกใต้กระดูกอ่อนมากขึ้น ทำให้กระดูกอ่อนผิวข้อจึงขรุขระไม่ราบเรียบ น้องหมาจะเกิดความเจ็บปวด ไม่อยากใช้หมา นั่งหรือนอนมากกว่าลุกเดิน ทำกิจวัตรประจำวันไม่ได้ตามปกติ เดินยกขา บางตัวอาจซึมลง มีข้อบวม มีไข้ จับคลำหรือยืด หดข้อแล้วเกิดเสียงกรอบแกรบ มุมในการยืดลดลงบ้าง บางตัวเป็นมานานจนเกิดกล้ามเนื้อฝ่อลีบตามมาได้






สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ควบคุมน้ำหนักของหมาให้เหมาะสม หมาที่อ้วนเกินไป จะทำให้เกิดแรงกดทับมหาศาลที่ข้อต่อของมัน อาการนี้พบได้ในทุกสายพันธุ์ แต่จะมีพบได้บ่อยกว่าในหมาพันธุ์ใหญ่ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อโรคเหล่านี้อยู่แล้วชัดเจน เช่น โรคสะโพกเคลื่อน หมาต้องได้รับการตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ  เพื่อให้เห็นถึงสัญญาณของโรคข้อเข่าเสื่อมแต่เนิ่นๆ และผู้เลี้ยงเองต้องรู้ถึงสัญญาณต่างๆ ที่บ่งบอกว่าหมาอาจเป็นโรคข้อเสื่อมด้วย เช่น อาการลังเลไม่อยากเดินขึ้นบันได ท่าทางแข็งเกร็งโดยเฉพาะในช่วงเช้า และการเดินกะเผลก ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น หากพบว่าหมามีอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องการให้อาหารเพื่อการรักษา อาหารบางอย่างจะมีสูตรเฉพาะที่ช่วยเรื่องการเคลื่อนไหวและฟื้นฟูข้อต่อของหมาได้


2.โรคในช่องปาก เป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยที่สุดในหมา โดยสามารถพบได้ในหมาทุกสายพันธุ์ และทุกขนาด โรคเหงือกหรือรำมะนาด สามารถทำให้เกิดความเจ็บปวด ฟันหลุด และมีแบคทีเรียในกระแสเลือดที่ทำลายอวัยวะภายในได้ หากไม่ได้รับการรักษาและปล่อยให้มีอาการเรื้อรังไปเรื่อยๆ เหงือกจะอักเสบ อาการเหงือกอักเสบจะเริ่มแสดงอาการผ่านทางเหงือกที่บวมแดง ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น หลายคนคิดว่าการที่หมามีกลิ่นปากเป็นเรื่องปกติ  แต่ส่วนใหญ่แล้วสาเหตุของกลิ่นปากในหมา คือโรคภายในช่องปาก สังเกตอาการต่อมาคือ เหงือกร่น ในกรณีที่โรคเริ่มรุนแรงขึ้น เนื้อเยื่อเหงือกจะถดถอย ทำให้สามารถมองเห็นรากฟันได้ ถ้าหากโรคเหงือกอักเสบถูกปล่อยปละละเลย  จนมีอาการในระดับที่รุนแรง นั่นหมายความว่า หมาอาจมีปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ หมาส่วนใหญ่โดยเฉพาะหมาที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 10 กิโลกรัม มักจะเป็นโรคเหงือกในระดับใดระดับหนึ่งอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับสภาพทางกรรมพันธุ์ของมันด้วย โดยโรคในช่องปากสามารถเริ่มมีอาการได้เมื่อหมามีอายุ 18 เดือนเป็นต้นไป 









3.โรคอ้วน เจ้าของหมาจำนวนมากไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหมาของตัวเองมีน้ำหนักเกินมาตรฐานเพราะคิดว่าหมาอ้วนเป็นเรื่องปกติ และที่แย่ไปกว่านั้น หมาที่มีน้ำหนักเกินจะเปราะบางต่อการเกิดโรคอื่นๆ เช่น โรคข้อต่อ โรคเบาหวาน และอาการป่วยเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หมาแก่มักจะมีความกระตือรือร้นน้อยกว่าหมาที่อายุน้อย และมีความต้องการปริมาณแคลอรี่ที่ต่างออกไป การลดน้ำหนักสำหรับหมาแก่สามารถช่วยในเรื่องปรับอาหารให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนได้ด้วย โดยสารอาหารที่ร่างกายหมาแก่ต้องกาาร มักจะมีสัดส่วนของไขมันและโปรตีนต่างจากอาหารสำหรับหมาโตเต็มวัยทั่วไปมากทีเดียว  การออกกำลังกายเบาๆ อย่างสม่ำเสมอจะส่งผลดีต่อหมาแก่ที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ  ผู้เลี้ยงสามารถปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อดูว่าอาหารและการออกกำลังายแบบใดจึงจะเหมาะกับหมาของเรา 






4.ภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ  อาการจะค่อนข้างหลากหลายและส่งผลต่อร่างกายได้หลายระบบ เนื่องด้วยฮอร์โมนไทรอยด์มีความเกี่ยวข้องกับอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ทำหน้าที่สำคัญในการเมตาโบลิซึมของเซลล์ในร่างกาย ซึ่งหมาที่ป่วยจะแสดงหลายอาการร่วมกัน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการขาดฮอร์โมนไทรอยด์ เราสามารถเช็คลิสต์อาการน้องหมาที่อาจป่วยเป็นภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำได้ง่ายๆค่ะ สังเกตดูว่าน้องหมามีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นทั้งๆที่ไม่ได้กินมากขึ้นกว่าปกติ มีขนร่วง มีผิวหนังหนา ตัวขึ้นผิวมันเยิ้ม มีสะเก็ดรังแคตามตัวแต่ไม่ค่อยมีอาการคัน ยกเว้นจะเกิดโรคผิวหนังอักเสบติดเชื้อร่วมด้วย มีผิวหนังบริเวณใบหน้า หน้าผากเห็นเป็นรอยย่น บริเวณเปลือกตาบนย้อยลงมา หมาบางตัวมีอาการทางระบบประสาทด้วย เช่น เดินเซ ชัก 





หากพบอาการเหล่านี้แล้วจะต้องทำการรักษาด้วยเสริมฮอร์โมนไทรอกซินเข้าไป ซึ่งเจ้าของจำเป็นต้องป้อนยาให้น้องหมาอย่างสม่ำเสมอ พาน้องหมามาตรวจร่างกายตามที่หมอนัด และควรสังเกตด้วยว่าในระหว่างที่ได้รับยานั้น น้องหมาแสดงอาการของผลข้างเคียงจากผลยาหรือไม่เช่น ตื่นเต้น กระวนกระวาย เหนื่อยหอบ หายใจเร็ว มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ก้าวร้าวขึ้น กินน้ำมาก ปัสสาวะมากขึ้น น้ำหนักลดกว่าปกติ แบบนี้แสดงว่าน้องหมาอาจได้รับยาสูงเกินไป

 5.โรคไต  โรคนี้จัดเป็นโรคที่พบได้บ่อยในหมาแก่และเป็นสาเหตุการตายของหมาแก่อันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ ผู้เลี้ยงคนไหนที่มีหมาป่วยด้วยโรคนี้ต้องทำความเข้าใจว่า โรคนี้เป็นโรคที่รักษาไม่หาย แต่เราสามารถช่วยน้องหมาให้ชะลอการดำเนินไปของโรคได้เพื่อเป็นการช่วยยืดอายุและทำให้คุณภาพชีวิตบั้นปลายนน้องหมาดีขึ้น โรคไตวายเรื้อรังเกิดจากการสูญเสียการทำหน้าที่ของไต ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในหมาที่มีอายุมาก พบได้ตั้งแต่อายุ 6.5 ปี ขึ้นไป เกิดจากความเสื่อมของไตไปตามวัย ในรายที่เป็นแบบเรื้อรังส่วนใหญ่จะไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ เนื่องจากไตได้สูญเสียการทำหน้าที่ไปมากกว่า 75% แล้ว ต่างจากไตวายแบบเฉียบพลันที่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้
สาเหตุของไตวายมีได้หลายสาเหตุ หากจะแบ่งสาเหตุใหญ่ๆออกได้ออกได้เป็น 3 สาเหตุหลัก คือสาเหตุจากการที่เลือดไหลมาเลี้ยงไตลดลง ภาวะช็อค  ความล้มเหลวของการไหลเวียนโลหิตหรือการเสียเลือด สาเหตุที่สองเกิดจากความผิดปกติที่ตัวของไตเอง ทำให้สูญเสียหน้าที่การทำงานไป และสุดท้ายเกิดจากการอุดตันการไหลเวียนของระบบปัสสาวะส่วนท้าย





ผู้เลี้ยงควรปรับอาหารให้น้องหมา ตั้งแต่ช่วงเข้าวัยชรา (อายุ 6.5ปีขึ้นไป) เพื่อเป็นการรับมือกับความเสื่อมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เราไม่ควรรอให้เกิดโรคขึ้นก่อนแล้วค่อยหันมาใส่ใจกับเรื่องของอาหาร ปัจจุบันมีอาหารสำหรับหมาสูงวัวยโดยเฉพาะ ซึ่งสามารถปรึกษาสัตวแพทย์ได้ค่ะ


6.โรคมะเร็ง หมาเองก็มีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งต่างๆเช่นเดียวกับมนุษย์ มะเร็งกระดูก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และเนื้องอก เป็นหนึ่งในความผิดปกติที่สามารถพบได้ทั่วไป แม้ว่าจะมีหมาบางพันธุ์ที่มีองค์ประกอบทางพันธุกรรมที่แข็งแรงอย่างโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ และบ็อกเซอร์ แต่มะเร็งก็ยังสามารถลุกลามได้อย่างรวดเร็วในทุกสายพันธุ์ การตรวจพบและเข้ารับการรักษาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นคือสิ่งที่ทำให้หมาที่เป็นโรคมะเร็งมีโอกาสรอดชีวิตได้มากขึ้น ดังนั้นการพาหมาไปตรวจร่างกายประจำปีจึงเป็นสิ่งที่ผู้เลี้ยงควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
ผู้เลี้ยงสามารถสังเกตลักษณะความผิดปกติได้ง่ายๆ โดยสังเกตลักษณะการกินอาหารว่ามีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ลักษณะการขับถ่ายของน้องหมาว่ามีความถี่ ลักษณะสิ่งขับถ่าย และมีอาการเบ่งหรือไม่ นอกจากนี้เวลาที่ทำการอาบน้ำให้ผู้เลี้ยงลองคลำหรือลูบไปบนผิวหนัง แล้วดูว่ามีก้อนหรือตุ่มเนื้อ ที่ทำให้น้องหมาเจ็บปวดหรือไม่ หากพบอาการผิดสังเกตควรรีบพาหมาไปพบสัตวแพทย์เพื่อหาทางรักษาให้ทันเวลาค่ะ 







บทความโดย
ww.tailybuddy.com

ข้อมูลจาก
www.dogilike.com
www.maketdog.com